ชุมชนท่าแพ นครศรีธรรมราช เที่ยวสไตล์ One day trip

สัมผัสวิถีชีวิตแบบชุมชน ความเรียบง่ายแบบพื้นบ้าน

จำนวนผู้เข้าชม : 8586 ครั้ง
รับทำเว็บไซต์ Application iOS / Android
O n e - D a y - T r i p ชุมชนท่าแพ นครศรีธรรมราช

สวัสดีครับวันนี้แอดมินจะมาแนะนำการท่องเที่ยว แบบอินดี้ๆ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน และความเรียบง่ายสไตล์พื้นบ้านกันครับ ท่าแพยังเป็นชุมชนเล็กๆ ที่ยังคงมีกลิ่นไอวิถีชีวิตพื้นบ้านและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่แฝงอยู่ในสถานที่สำคัญต่างๆในชุมชน ขอบอกเลยว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลย ตลาดที่นี่ก็ของสดในระดับดีเลยทีเดียว ใครขับผ่านไปผ่านมาไปทางขนอมหรือไปสนามบิน อาจจะมองว่าธรรมดา แต่ก็ไม่ธรรมดานะเออ

ขอบคุณเพื่อนแอดมิน Pim
https://pantip.com/topic/36293914

จะเป็นยังไงมีอะไรบ้าง ตามแอดมาดูกันเลยย
เส้นทาง

เริ่มต้นด้วยการตามมาชมแสงแรกของวันใหม่ ณ สะพานท่าแพ แนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงเวลาประมาณ 6-7 โมงเช้า

หลังจากที่ได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ก็ถึงเวลาของมื้อเช้า เราก็จะมาตามหาของอร่อย ทานยาก ที่ตลาดเก่าร้อยปี ณ ชุมชนตลาดท่าแพ ซึ่งถ้าหากตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างวันอาทิตย์ จะเห็นผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของเยอะกว่าทุกๆ วัน

ข้าวยำทรงเครื่อง

ผัดหมี่

ขนมฝักบัว บางคนอาจเคยได้ลิ้มลองขนมสีเหลืองอร่าม อย่างขนมฝักบัว ขนมไทยโบราณเหนียวนุ่มหวานกรอบ เจ้าเก่าที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าตลาดท่าแพ

ขนมเบื้องยวน

ขนมกรอก ขนมชื่อแปลก เจ้าเก่าแก่ ที่สืบทอดสูตรเด็ด เคล็ดลับกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ลักษณะเด่นที่ทำให้อร่อย ชวนลิ้มลอง น่าจะเป็นกลิ่นหอมๆ ของกระทิและใบเตย

ขนมขึ้น ขนมกวน ขนมปักษ์ใต้ที่น้อยคนนักจะได้เคยลิ้มลอง

น้ำพริกตะไคร้ และห่อหมก รสเด็ด รับประกันความเข้มข้น ถึงเครื่องของชาวใต้แท้ๆ

กุ้งฝอยทอดกรอบที่คนปักษ์ใต้ชอบนำไปทานคู่กับขนมจีน เพราะมีทั้งความหอม และความกรอบของสมุนไพรที่ชวนให้น้ำลายไหล

ลูกเนียง ที่คนใต้นิยมนำมารับประทานร่วมกับอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน เช่น แกงส้ม แกงกะทิ ขนมจีน

หลังจากทานอาหารอิ่มแล้ว หากใครต้องการจะเดินต่อไปยังชุมชนมุสลิม ซึ่งห่างจากตัวตลาด ไม่เกิน 50 เมตร ก็จะเห็นความงดงามของมัสยิดการุ้ลมุสลิมีน ประจำชุมชนท่าแพได้อีกด้วย

สิ่งที่พลาดไม่ได้ของการมาชุมชนท่าแพเลยก็คือ การไปย้อนรอยตามประวัติศาสตร์ และเคารพอนุสรณ์วีรไทยหรือที่รู้จักกันในนามอนุสรณ์พ่อจ่าดำ ครับผม

สำหรับในช่วงบ่ายของวัน สถานที่ต่อไปที่เราจะพาไปเยี่ยมชมนั้นก็คือ ?วัดท่าแพ? วัดที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการอุปสมบทสามเณรปู หรือที่เรารู้จักกันในนามหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ที่มีเรื่องราวของความเชื่อ ความเป็นมา ที่ใครไปใครมาก็ต้องมากราบสักการะหลวงปู่ทวด เพราะขึ้นชื่อเรื่องของการเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย

พอบ่ายหน่อยๆ ก็เดินทางมาลงเรือเพื่อล่องลำน้ำที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวถึง 32 โค้ง

ซึ่งตลอดสองข้างทางจะเห็นวิถีชีวิตที่แสนจะเรียบง่ายของคนในชุมชน ทุกครั้งที่มีเรือสัญจรสวนกัน เราจะยังสังเกตุเห็นรอยยิ้มบนใบหน้า แสดงความเป็นมิตรถามไถ่กันเสมอ

และเมื่อผ่านโค้งน้ำทั้งหมดเราก็จะไปถึงปากอ่าว ซึ่งจะเห็นปลายยอดของแหลมตะลุมพุกอีกฝากฝั่งเป็นเงาได้อีกด้วย ขากลับคนเรือใช้เส้นทางที่จะพาไปชมความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าโกงกาง ที่มีทั้งหอยนางรมที่เกาะตามรากไม้ กุ้งตัวเล็กๆ และปูลม

สำหรับผู้ที่ต้องการล่องเรือท่องเที่ยว สามารถติดต่อ (พี่เล๊าะ) คนนำเรือ โทร.061-1477728 แต่อาจต้องจองล่วงหน้าเป็นการสำรองเรือค่ะ เรือที่นั่งจะเป็นเรือหางยาว ค่าโดยสารท่องเที่ยวโดยประมาน คนละ 250 บาท โดยจุดเริ่มต้นขึ้นจากวัดท่าแพหรืออาจนัดแนะกับคนเรือได้แล้วแต่เราจะสะดวกครับ

และเมื่อขึ้นจากเรือแล้ว หากยังมีแรงเหลือ พอมีเวลาก็สามารถเดินต่อไปชมวิถีของคนบนฝั่งที่ทุกๆ วันจะมานั่งถักแห ถักอวน และตากปลาแห้ง ซึ่งเป็นอาชีพเสริม หัตถกรรมพื้นบ้านของคนในชุมชนนี้ได้ครับ

ต้องบอกว่าราคาปลาตากแห้งที่นี้ ก็ไม่แพงอย่างที่คิด เพราะชาวบ้านที่นี่เขาทำเอง ขายเอง รับประกันความสดใหม่อย่างแน่นอน

อย่าลืมมา Slow life กันที่ท่าแพนะครับ